SS: คุณมองว่า Sretsis และ SUPERSWEET มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร และทำไมจึงตัดสินใจมาร่วมงานกับ SUPERSWEET
มทินา สุขะหุต (ดีไซน์ไดเร็คเตอร์ของ Sretsis และ Matina Amanita For Sretsis): Sretsis มันเป็นมากกว่าเสื้อผ้า มันเป็นไลฟ์สไตล์ เสื้อผ้าของเราไม่ได้ทำมาสำหรับผู้หญิงประเภทใดประเภทหนึ่ง คนหนึ่งอาจจะเฟมินินมาก อีกคนอาจจะดูโมเดิร์นกว่า แต่คนเหล่านี้มีไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกัน เราคิดว่า SUPERSWEET ก็เป็นผู้หญิงของ Sretsis ในรูปแบบหนึ่ง – ผู้หญิงที่รักดนตรี แต่ไม่ได้เป็นดนตรีเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มีความหลากหลาย – เราเข้าใจกัน พูดภาษาเดียวกัน มองอะไรเหมือนๆ กัน จะแตกต่างก็ตรงที่เราใช้สื่อคนละชนิด Sretsis จะเป็นเรื่องแฟชั่น ส่วน SUPERSWEET มีดนตรีเป็นหลัก

การที่จะเป็นดีไซเนอร์ หรืออะไรก็ตาม ดนตรีมันคือสิ่งเชื่อมโยง คนที่ฟังเพลงเหมือนเราก็มีความเป็นไปได้ ว่าจะชอบเสื้อผ้าแบบเดียวกัน ชอบอะไรเหมือนกัน  เราคิดว่า SUPERSWEET คือเพื่อนคนนั้น ที่เข้าใจกัน ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่ต้องปรับอะไร

SS: ในมุมมองของคุณ ความโดดเด่นและพิเศษของ Live Exhibition คืออะไร
มทินา: Live Exhibition คืออะไรที่สัมผัสได้ เกิดขึ้นได้ทุกวัน ตลอดเวลา และไม่ซ้ำซาก ถ้ามองไปแล้ว SUPERSWEET ก็เป็นมากกว่าคอนเสิร์ต มันคือชีวิตที่รักในเสียงเพลง และมีเสียงเพลงเป็นซาวนด์แทรคของชีวิต หนังที่ดีหลายๆ เรื่องนั้นดีได้เพราะมีเพลงประกอบช่วย เหมือนเวลาทำแฟชั่นโชว์ เราเลือกที่จะใช้เพลงเป็นตัวบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เสื้อผ้ามันไม่ได้แค่แขวนอยู่บนราว เราอยากให้คนได้เห็นภาพที่ชัดเจน ที่เป็นอยู่จริงในทุกวัน เราไม่ได้เก็บเสื้อผ้าไว้ใส่เฉพาะในวันพิเศษ แต่สำหรับทุกๆ วัน

เช่นเดียวกับรูปแบบ Live Exhibition ที่เราอยากนำเสนอ มันไม่ใช่แค่โปรเจ็คต์คนเดียวทำขึ้นมา มันอาจจะเป็นอะไรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวันพิเศษวันหนึ่ง แต่เป็นอะไรที่ทุกคนทำให้มันเกิดขึ้นด้วยกัน พร้อมๆ กันอย่างธรรมชาติ ทุกคนสัมผัสมันได้ ไม่ใช่ไปดูแล้วรู้สึกว่าเป็นคนนอก ทุกคนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของมันด้วย

SS: ทำไมถึงเลือกวง Summer Camp มาเล่นในงานครั้งนี้
มทินา: เพราะวงนี้ตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด เพราะมีความเหมือน Sretsis และ SUPERSWEET มาก เขาไม่ได้แต่งเพลงเฉยๆ แต่มีการสร้างคาแรคเตอร์ขึ้นมา เวลาที่เราจะทำคอลเล็คชั่น จะมีเรื่องจินตนาการขึ้นมา เป็นเหมือนเสื้อผ้าประกอบฉากให้ตัวละครนั้นๆ เพื่อเล่าเรื่องราว Summer Camp ก็แต่งเรื่องขึ้นมาของคู่รักสมัยก่อนในเมืองคอนเดล (แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา) ขนาดเวลาร้อง เขาก็ร้องเป็นสำเนียงอเมริกัน ทั้งๆ ที่มาจากอังกฤษ เรียกได้ว่าพระเจ้าจะให้ลงตัวกว่านี้ไม่ได้แล้ว คอลเล็คชั่นใหม่ของ Sretsis (Spring/Summer 12: Oh, My Dear, Deer!) ก็เป็นเรื่องราวชีวิตในฟาร์มที่เรียบง่ายของคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งดูโอสองคนนี้ก็สามารถเป็นคู่รักใน Oh, My Dear, Deer! ได้เหมือนกัน

SS: งาน SUPERSWEET Live! presents Summer Camp by Sretsis ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
มทินา: ด้วยความที่เป็น Live Exhibition ที่มีทั้งดนตรี แฟชั่น และศิลปะอยู่ด้วยกัน เราก็อยากจะเอาองค์ประกอบความสนุกของทั้งสามอย่างมารวมกัน คอนเสิร์ตเฉยๆ ก็สนุกแล้ว แต่เราทำให้สนุกมากขึ้น เป็นการเปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ของ Sretsis โดยที่ไม่ใช้รูปแบบของแฟชั่นโชว์ แต่เป็นการแสดงงาน ให้ลูกค้าได้เห็นภาพบรรยากาศของเสื้อผ้า แทนรันเวย์ แทนการใช้นางแบบที่เป็นใครก็ไม่รู้ผอมสูง เวลาเราใส่จริงๆ เราก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่นี่เขาจะเห็นภาพที่แท้จริงมากขึ้น ที่จะสามารถสื่อถึงได้กับตัวเอง ว่าจะใส่ยังไงในชีวิตประจำวัน ประกอบกับเพลงของ Summer Camp ที่เหมือนเป็นซาวนด์แทรค เป็นการนำเสนออารมณ์ของทั้งคอลเล็คชั่นและไลฟ์สไตล์ในแบบที่เราอยากจะให้เป็น

เราเอาชื่อของวง Summer Camp มาตีความเพิ่ม เป็นเรื่องของการเข้าค่ายฤดูร้อน เพื่อสร้างความสนุกสนาน บรรยากาศในงานจะมีขายของที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าค่าย การได้สร้่างเพื่อนใหม่ จะมีทำอะไรซนๆ สนุกๆ ให้กันและกัน เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดี เป็นของที่ทำขึ้นมาพิเศษสำหรับทั้ง Sretsis และ SUPERSWEET บรรยากาศฟังเพลงแบบก็ไม่ใช่คอนเสิร์ตทั่วไป ที่เราไปอยู่ในที่มืดๆ กระโดดเย้วๆ แต่จะเป็นอีกอารมณ์หนึ่งของการฟังเพลงที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย หรืออาจจะที่ไหนเลยก็ได้ เพราะงานนี้ถูกดีไซน์ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อ Summer Camp, Sretsis และ SUPERSWEET

SS: ความเป็น SUPERSWEET คือ ดนตรี แฟชั่น และศิลปะ คุณรู้สึกอย่างไรกับสามสิ่งนี้
มทินา: สามสิ่งนี้คือเราเลย ในชีวิตเราคงไม่สามารถอยู่โดยปราศจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ มันมาคู่กันเป็นธรรมชาติ และงานๆ นี่จะเป็นงานที่เชื่อมดนตรี แฟชั่น และศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง ทุกคนจะสามารถเห็นได้ ว่ามันเชื่อมกันอย่างไร เราคิดว่า SUPERSWEET คือจุดเชื่อมระหว่างสามสิ่งนี้ มันจะพิเศษมากเมื่อทุกๆ อย่าง และคนจากทั้งสามแวดวงนี้มารวมตัวอยู่ด้วยกัน

Advertisements